หลายครั้งเวลาที่เราต้องการพัฒนาสินค้า นักพัฒนาไม่ควรหยุดที่คำถาม “ลูกค้าอยากได้อะไรเพิ่มเติม?” แต่ควรใส่ใจกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าอย่าง “ลูกค้าติดปัญหาอะไรบ้าง?” เชื่อไหมว่ามุมมองต่างๆเหล่านี้มีอยู่มากมาย แต่ปัญหาที่พวกเรามักพบคือ เสียงและความต้องการของลูกค้าไม่สามารถหามาได้ง่ายๆ และโดยส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ตามโพสต์ รีวิว ข่าว และความคิดเห็นบน Social Media ต่างๆ
ซึ่ง Social Listening สามารถช่วยคุณได้ เพราะนอกจากการติดตาม Mentions หรือ Sentiment (ความรู้สึกนึกคิด) แล้วนั้น เรายังสามารถนำเสียงของผู้บริโภคมาค้นหา Pain Points และประเด็นที่ธุรกิจควรนำไปศึกษาเพิ่มเติมได้เช่นกัน
เพื่อให้เห็นภาพ เราจึงใช้ Social Listening มาศึกษามุมมองต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยเริ่มจากการตั้งประเด็นด้วย Keyword สำคัญ แล้วให้ Mandala AI รวบรวม Social Data ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ซึ่งรวบรวมข้อมูลมาได้ประมาณ 188,681 ข้อความ (Mentions) โดยเน้นเก็บจาก Facebook และ TikTok เป็นหลัก นับว่ามากพอในการค้นหา Insights ในครั้งนี้ (เกร็ดเคล็ดลับ: ข้อมูลเยอะเกินไปใช่ว่าจะดี เพราะเราควรเน้นคุณภาพเป็นหลัก)

จากนั้นทำการคัดกรองเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องออก ให้เหลือเพียงแค่ 200 Mentions ที่เกี่ยวข้อง เน้นเฉพาะประเด็น ปัญหา ประสบการณ์ใช้งาน และข้อกังวลเกี่ยวกับรถ EV มาเป็นชุดข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ในครั้งนี้

พูดง่าย ๆ คือ เราไม่ได้ต้องการนำทุกข้อความมาใช้ เพราะอาจนำมาสู่ข้อมูลที่ปนเปื้อน ทำให้การวิเคราะห์ผิดเพี้ยนตาม Concept “Garbage In, Garbage Out” แต่เราต้องการรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจน เป็นตัวแทนของข้อมูลชุดใหญ่ แล้วค่อยให้ AI ทำการวิเคราะห์ โดยถาม AI ว่า “พบปัญหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่คนถูกพูดถึงบ่อยบ้าง?”
Mandala AI ช่วยให้เราค้นพบ 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

หมายเหตุ: สัดส่วนดังกล่าวเป็นค่าประมาณจากความถี่ของประเด็นที่ปรากฏในชุด Social Data ที่นำมาวิเคราะห์ ไม่ใช่อัตราการเกิดปัญหาของรถยนต์ไฟฟ้า EV ทั้งตลาด
สิ่งที่น่าสนใจ คือ Pattern ที่ซ่อนอยู่
การรู้ว่าเรื่องไหนถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง เพราะคุณค่าที่แท้จริงของ Social Listening คือการช่วยให้เห็นว่า หลายบทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นคนละเรื่อง แต่โดยเนื้อแท้กลับกลายเป็นปัญหาเดียวกัน ตัวอย่างเช่นประเด็นของการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นต้น

ในข้อมูลมีทั้งคนพูดถึงการต้องใช้หลายแอปเพื่อชาร์จกับแต่ละเครือข่าย บางคนเจอปัญหาชาร์จไม่เข้า บางสถานีมีไม่เพียงพอ บางคนเจอประเด็นระบบล็อคหัวชาร์จ ขณะที่บางคนพูดถึงรถที่ชาร์จเสร็จจอดค้างอยู่ในช่องชาร์จเป็นต้น แน่นอนว่า เวลาอ่านทีละคอมเมนต์ เราอาจมองเห็นปัญหาแยกออกจากกันได้หลายเรื่อง แต่เมื่อศึกษาหลายเสียงรวมกัน เราจะเริ่มเห็น Pattern ที่เริ่มปรากฏออกมาอย่างชัดเจนคือ
“ประสบการณ์จากการชาร์จ มีหลายจุดที่สร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้” นั่นเอง
นอกจากนี้เรายังค้นพบปัญหาอื่นๆ เช่น เรื่องบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็นการรออะไหล่ที่นานเกินควร การไม่มีรถสำรองให้บริการ หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างรถอยู่ในศูนย์ หากมองแยกออกจากกัน อาจดูเหมือนว่าเป็นคำบ่นที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมองโดยรวม มักนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า เช่น
“เมื่อลูกค้าซื้อรถไปแล้ว หากรถมีปัญหา เราดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของเขาได้ดีแค่ไหน?”

ซึ่ง Social Listening จาก Mandala AI ช่วยเปลี่ยนจากการรับรู้เพียงแค่ว่า “ลูกค้าบ่นอะไร” ไปสู่การทำความเข้าใจว่า “ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในเสียงเหล่านั้นคืออะไร” ซึ่งการที่จะมีทีมงานไล่อ่านทีละโพสต์ รีวิว และอ่านความคิดเห็นจำนวนมากด้วยตนเองทั้งหมดนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ Social Listening ช่วยคุณได้ครับ
จาก Pain Point สู่คำถามที่ธุรกิจควรนำไปพัฒนาสินค้าและบริการ

ลองดูครับว่า Pain Points ต่างๆ ที่ถูกค้นพบโดย Social Listening ช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาและต่อยอดได้อย่างไร
จากข้อมูล EV ในชุดนี้ เราสามารถตีความได้ดังนี้
- ไฟไหม้และความปลอดภัยของแบตเตอรี่ ~28%
คำถามที่ธุรกิจควรนำไปคิดต่อคือ
จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ได้อย่างไร? - ระบบชาร์จและสถานีชาร์จ ~24%
คำถามที่ธุรกิจควรนำไปคิดต่อคือ
จะทำให้การชาร์จข้ามเครือข่ายง่ายขึ้นและต่อเนื่องได้อย่างไร? - บริการหลังการขาย / อะไหล่ / รอซ่อมนาน ~20%
คำถามที่ธุรกิจควรนำไปคิดต่อคือ
จะลดผลกระทบต่อลูกค้าระหว่างการซ่อมได้อย่างไร? - แบตเตอรี่และระยะวิ่ง ~17%
คำถามที่ธุรกิจควรนำไปคิดต่อคือ
จะช่วยให้ลูกค้าประเมินระยะวิ่งจริงได้แม่นยำขึ้น และเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อระยะทางได้อย่างไร? - Software / ระบบรถมีปัญหา ~11%
คำถามที่ธุรกิจควรนำไปคิดต่อคือ
จะตรวจพบและแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นอย่างไร ก่อนที่ปัญหาจะกระทบประสบการณ์ของลูกค้า?
ข้อมูลการบ่นของลูกค้านำไปสู่คำถามทางธุรกิจ

ข้อมูลเหล่านี้ควรเป็นสิ่งที่ทีมพัฒนาสินค้า ทีมบริการหลังการขาย ทีมการตลาด หรือทีมที่เกี่ยวข้องควรนำไปศึกษาและตรวจสอบต่อนั่นเอง
นอกจากนี้ Social Listening ยังช่วยให้เราพบเรื่องที่คาดไม่ถึง หรือเรื่องที่ไม่เคยคิดจะถามมาก่อน
ซึ่งเป็นอีกมุมที่น่าสนใจเพราะ ผู้บริโภคบน Social Media ไม่ได้กำลังตอบคำถามที่แบรนด์ได้เตรียมไว้ให้ แต่ในทางกลับกัน เขามักพูดในสิ่งที่อยากพูด ด้วยภาษาและความเข้าใจของตัวเองแบบ Organic สุดๆ
เพราะหากเราทำแบบสอบถามและถามว่า “คุณพึงพอใจกับระยะทางที่แบตเตอรี่ทำได้ในการขับขี่มากน้อยแค่ไหน?” เราก็จะได้คำตอบเกี่ยวกับแบตเตอรี่และระยะทางตามกรอบคำถามนั้น แต่ใน Social Media ลูกค้าอาจกำลังพูดถึงอีกเรื่อง เช่น “รถไม่ได้เสียบ่อย แต่เสียทีหนึ่งต้องรออะไหล่นาน ไม่มีรถใช้ไปหลายสัปดาห์”
นี่คือเสียงของลูกค้าและเป็นความต้องการที่แท้จริง ที่สำคัญไม่ได้ถูกกำหนดจากคำถามของนักวิจัยหรือบริษัทที่ตั้งคำถามไว้ล่วงหน้า โดยรวม Social Listening ช่วยให้ธุรกิจค้นพบกับ “คำถามใหม่” ที่ไม่เคยคิดจะถามมาก่อนนั่นเอง

เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุด
เป็นปัญหาโลกแตกเพราะกระแสประเด็นต่างๆที่เกิดใน Social Data อาจไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงเสมอไป
ตัวอย่างเช่น เรื่องไฟไหม้และความปลอดภัยของแบตเตอรี่ที่เราค้นพบ มีสัดส่วนการพูดถึงสูงที่สุดในเฉพาะช่วงเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่า รถยนต์ไฟฟ้า EV 28% จะเกิดไฟไหม้ เพราะจริงๆแล้วมันเกิดจากการโหมข่าวจากเหตุการณ์รถหนึ่งคันที่ระเบิดจนไฟไหม้ จึงทำให้ถูกพูดถึงและแชร์ต่อมากกว่าปัญหาทั่วไป
ดังนั้นหากเราใช้ Social Listening ก็ทำให้ตีความได้ว่าปัญหาไฟไหม้คือ “ปัญหาที่คนต้องกังวลจากนี้เป็นต้นไปและเป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม” นั่นเอง หรือถ้าใครหัวใสหน่อย อาจเน้นขายน้ำยาดับเพลิงสำหรับรถ EV ก็สามารถกอบโกยโอกาสไปได้เยอะเช่นกัน เพราะหากเรานำ Insight แบบนี้ ไปปรับปรุงสินค้าหรือบริการก็สามารถสร้างโอกาสได้อีกมากมายเช่นกันครับ

โดยสรุป บทความนี้เราได้ใช้กรณีศึกษาของรถยนต์ไฟฟ้า EV ให้ผู้อ่านได้เห็นภาพ แต่หากเราเปลี่ยน Keyword จาก “รถยนต์ไฟฟ้า EV” ให้มาเป็นแบรนด์และสินค้าของคุณเอง คุณอาจค้นพบอีกหลายมุมมองที่น่าสนใจ
ลองหาโอกาสไปใช้ Social Listening จาก Mandala AI แล้วลองถามว่า
“ตอนนี้ลูกค้ากำลังบ่นเรื่องอะไร และเสียงเหล่านั้นกำลังพยายามบอกอะไรเราอยู่?”
เพราะ Product Insight ที่มีค่า อาจไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่แบรนด์อยากทำ แต่อาจเริ่มจากปัญหาที่ลูกค้าพูดถึงอยู่ทุกวัน
ลองเปลี่ยนเสียงของลูกค้าให้กลายเป็น Product Insight สำหรับธุรกิจของคุณกันนะครับ
สมัครแพ็กเกจหรือทดลองใช้ Social Listening ฟรี
https://www.mandalasystem.com/th/platform/analytics
ปรึกษาการใช้งาน Social Listening สำหรับองค์กร
https://www.mandalasystem.com/th/contact_us
เรียนรู้วิธีใช้ Social Listening ได้ที่
https://youtu.be/6aqnV2D3CQU?si=sOT1zqIgUtt7Yb5R
