คำถามประจำเดือนสำหรับนักการตลาดและทีมคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอคือ “เดือนหน้าจะทำคอนเทนต์อะไรกันดี?” แม้ว่าในวันนี้เราจะสามารถให้ AI ช่วยคิดและสร้างคอนเทนต์ แต่ใช่ว่าจะสามารถสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ได้เสมอ จริงอยู่ว่า AI สามารถเขียนให้ออกมาดูดี แต่ในหลายๆครั้งไม่สามารถแปลงเป็นยอดขายได้จริง เพราะไม่มีข้อมูลที่ดีมาใช้ในการ Gen ดังนั้นการใช้ AI ทำงานควบคู่กับดาต้าและ Insights ที่ดีจึงเป็นหัวใจของการสร้าง winning content นั่นเอง นอกจากนี้กรอบความคิด และวิธีการก็มีความสำคัญมากๆเช่นกัน แทนที่จะถามว่า “แบรนด์ควรพูดอะไร” ลองเริ่มจาก “ตอนนี้ตลาดกำลังคุยเรื่องอะไร” น่าตอบโจทย์มากกว่า
การใช้ Social Listening ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยค้นหาความต้องการและค้นพบเสียงของตลาด เพื่อให้เจอ Insights เพื่อนำมาผลิตคอนเทนต์ได้อย่างตรงจุดมากที่สุดนั่นเอง ในบทความนี้ เราจะมาลองใช้ Social Listening จาก Mandala AI มาช่วยคิดและออกแบบคอนเทนต์สำหรับตลาดอาหารสุนัข ด้วยการหา Content Pillar และใช้สูตร 3H ซึ่งประกอบด้วย 3H: Hero, Hub และ Help มาผลิตคอนเทนต์ ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย 6 คำค้นหา (Keywords)
เราใช้ Mandala AI Social Listening ดูข้อมูลในช่วง 1 มิถุนายน – 4 กันยายน 2026 โดยเริ่มจากคำค้นหา 6 คำ ได้แก่ อาหารสุนัข, อาหารหมา, อาหารเม็ดสุนัข, อาหารเม็ดหมา, อาหารเปียกหมา และอาหารเปียกสุนัข
ซึ่งเหตุผลที่เลือกคำกว้าง ๆเกี่ยวกับอาหารสุนัข เพราะไม่ต้องการล๊อคหัวข้อใดๆเป็นพิเศษแต่ก็ยังตีกรอบข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งระบบได้ข้อมูลมามากกว่า 1,230,520 รายการ โดยเน้นที่ Facebook และ TikTok เป็นหลัก

เราได้ตัวเลขข้อมูลที่พบเจอเยอะมาก แต่ไม่ได้แปลว่า ทุกชุดข้อมูลจะสามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด เพราะในความจริง คำว่า “อาหารหมา” อาจไม่ได้ถูกนำมาใช้กับเรื่องอาหารสุนัขเสมอไป ในหลายๆครั้งเป็นเรื่องของโพสต์ที่กำลังตกเป็นกระแสข่าว เป็นมุกตลก เป็นคอนเทนต์บันเทิง หรืออาจไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการศึกษาโดยตรง
การใช้ Social Listening จึงไม่ใช่แค่กดค้นหาแล้วสามารถนำไปใช้ต่อได้ในทันที แต่เราควรกรองข้อมูลด้วยเช่นกัน ไม่ต่างจากการใช้ AI ที่ถามแล้วตอบแต่อาจนำข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องมาผสมกับคำตอบ แต่การใช้ Social Listening ที่ไปรวบรวมข้อมูลมา แล้วใช้ Analytics มากรองข้อมูล แล้วค่อยนำไปให้ AI ช่วยวิเคราะห์จะมอบผลลัพธ์ที่แม่นยำและ ตรงจุดมากกว่า AI ทั่วไปที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ในกรณีแบบนี้ แม้ว่าเราจะเลือกใช้ AI ตัวท๊อปหรือ Workflow Agentic ที่ดีก็ตาม ยังไงดาต้าก็ยังเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะ Data is King นั่นเอง
ในการทดลองครั้งนี้ เราได้คัดกรองข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ 200 รายการด้วย Mandala Analytics ทำการจัดกลุ่มตามเนื้อหาและประเด็นต่างๆ แล้วใช้ AI Studio ช่วยออกแบบคอนเทนต์ (ส่วนวิธีการกรองข้อมูลและใช้ AI วิเคราะห์สามารถไปดูได้ใน Tutorials)

นำข้อมูลที่คัดมาแล้วให้ Mandala AI Studio ช่วยวิเคราะห์และคิดแนวคอนเทนต์

Prompt ที่เราเลือกใช้ใน AI Studio คือ
“ช่วยวิเคราะห์ชุดข้อมูลอาหารสุนัข และหาประเด็น (Topics) ที่มีการพูดถึงบ่อยครั้ง โดยต้องสรุปสัดส่วนของแต่ละเรื่อง แล้วนำไปจัดเป็นกลุ่ม Content Pillar ประมาณ 3 – 5 Pillars พร้อมสรุป Consumer Insight โดยต้องแตกเป็นไอเดียตามหลัก 3H คือ Hero, Hub และ Help ที่สำคัญต้องอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ให้มาเท่านั้น”
ลองไปดูผลลัพท์ฉบับเต็มจาก Mandala AI ได้ที่ลิงค์
https://www.mandalasystem.com/share/6a9a4436515708981a013e47cus26547u28809
จะสังเกตได้ว่า เราได้ Insights ที่ดีมาเป็นหัวเชื้อเพื่อผลิตคอนเทนต์ให้โดนและถูกใจมากที่สุด สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คอนเทนต์ Convert ได้ดียิ่งขึ้น สาเหตุก็เพราะว่าเราใช้ Data ที่ดี คู่กับ AI ที่ดีที่ Mandala AI มีให้ครบ
จากข้อมูลที่กระจัดกระจาย สู่การค้นพบ 4 X Content Pillars
เราเริ่มเห็น 4 ประเด็นหลักที่สามารถนำมาต่อยอดเป็น Content Pillars ได้ ลองมาดูผลลัพธ์กันเลย

1. ชีวิตและความบันเทิงของคนรักสุนัข มีสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 37%
ข้อมูลในกลุ่มนี้ครอบคลุมทั้งคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์สายสัตว์เลี้ยง คลิปชีวิตประจำวัน การสนับสนุนรายการ และคอนเทนต์บันเทิง โดยบางโพสต์เกิดจากสัตว์เลี้ยงชื่อดังที่ทำยอดของการมีส่วนร่วมได้มากกว่า 300,000 ครั้ง
สิ่งที่เห็นจากข้อมูลคือ คนไม่ได้มองสุนัขแค่ในฐานะสัตว์เลี้ยง แต่มองเป็นเป็นสมาชิกในครอบครัว
ทำให้พื้นที่คอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่เรื่องสินค้า ราคา หรือโปรโมชั่น แต่สามารถขยายสู่เรื่องชีวิตประจำวัน ความผูกพัน และความสนุกของคนกับสุนัขได้ด้วย

2. การแบ่งปันและการมีส่วนร่วม
ประมาณ 28% ของข้อมูลเชื่อมโยงกับการช่วยเหลือสุนัขจร การบริจาค งานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และกิจกรรมอย่างการวิ่งสะสมระยะทางหรือสะสมก้าวเพื่อแลกอาหาร ข้อมูลกลุ่มนี้ทำให้เห็นว่า คนรักสัตว์ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ข้อเสนอด้านการขาย แต่ยังต้องการ “มีส่วนร่วมกับกิจกรรมและ Community ต่างๆ” ซึ่งเป็นโอกาสของแบรนด์ในการสร้างแคมแปญกิจกรรม ผลิตคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงสินค้าและแบรนด์มา Tie-In กับชุมชนและกิจกรรมช่วยเหลือสัตว์ จึงเป็นเหตุว่า แบรนด์ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าทางตรงเท่านั้น

3. โภชนาการที่เชื่อถือได้
กลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 20% ซึ่งครอบคลุมประเด็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ สูตรสำหรับสุนัขสูงวัย สุนัขแพ้ง่าย แม่สุนัขและลูกสุนัข ไปจนถึงเรื่องส่วนผสมต่างๆ เช่น Human Grade, Gluten Free และการอิงคำแนะนำจากสัตวแพทย์หรืองานวิจัยมาใช้ประกอบการสื่อสาร โดยรวม ตลาดไม่ได้พูดว่า “สุนัขควรกินอะไร” แต่กลับเป็นเรื่องของความใส่ใจในอาหารแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับวัย สุขภาพ และความต้องการเฉพาะของสุนัข ซึ่งเป็นหัวข้อที่แบรนด์สามารถนำมาต่อยอดเป็นคอนเทนต์สร้างความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง

4. ความปลอดภัยของอาหารสัตว์
ประมาณ 15% ของข้อมูลมีความเชื่อมโยงกับข่าวการตรวจยึดอาหารสุนัขและแมวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกว่า 68 ตัน ซึ่งถูกนำเสนอผ่านหลายสำนักข่าว หนึ่งในโพสต์ที่อยู่ในชุดข้อมูลถูกแชร์มากถึง 35,000 ครั้ง ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อเกิดประเด็นด้านความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงสามารถกลายเป็นประเด็นสาธารณะขนาดใหญ่และกระจายตัวอย่างรวดเร็ว สำหรับแบรนด์สัตว์เลี้ยง การผลิตคอนเทนต์ที่ช่วยสร้างความมั่นใจ เช่น เรื่องมาตรฐาน แหล่งที่มา วิธีตรวจสอบสินค้า หรือวิธีเลือกซื้ออาหารจากช่องทางออนไลน์ที่ได้มาตราฐาน นับว่าเป็นหัวข้อที่น่านำเสนอเช่นกัน

เมื่อรู้ว่าควรพูดประเด็นอะไร ควรใช้ 3H เล่าเรื่อง
หลังจากที่ได้ Content Pillars มาแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกแนวทางการผลิตคอนเทนต์ โดยในครั้งนี้เราได้นำแนวคิด 3H Model มาใช้นั่นเอง

Hero: คือคอนเทนต์ชิ้นใหญ่หรือแคมเปญสำคัญ ใช้ดึงความสนใจในวงกว้าง
Hub: คือคอนเทนต์ที่ทำต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้คนกลับมาติดตาม
Help: คือคอนเทนต์ที่คอยตอบคำถามหรือช่วยแก้ไขปัญหาที่ผู้บริโภคกำลังสงสัย
สรุปง่าย ๆ คือ
Hero = เรียกความสนใจ
Hub = สร้างการติดตาม
Help = ตอบสิ่งที่คนอยากรู้
เมื่อเรานำ 4 Content Pillar ที่พบจาก Mandala AI Social Listening มาต่อยอด ภาพรวมของคอนเทนต์ที่ต้องการผลิตก็เริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเราได้ใช้ AI Studio นำเสนอรูปแบบ Content ได้ใน Workflow เดียว

จากผลลัพธ์นี้จะเห็นว่าแต่ละส่วนแยกทำงานอย่างชัดเจน
- เครื่องมือ Manda AI Social Listening ช่วยค้นหาว่าในตลาดกำลังมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
- Mandala A Studio วิเคราะห์ Content Pillar เพื่อให้แบรนด์มีกรอบคอนเทนต์ที่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
- Mandala AI Studio ออกแบบคอนเทนต์ตามแนวคิดของ 3H Models โดยอิง Pillars เป็นหลัก
ก่อนจบบทความ…จุดสำคัญคือ เราไม่ควรให้ AI คิดแทนเราเสมอ
สิ่งที่ได้จากกรณีศึกษานี้เป็นเพียงแค่ “จุดเริ่มต้น” ของการวางแผนคอนเทนต์ แทนที่จะนั่งเทียนเขียนหรือให้ AI คิดและทำแทนเราทั้งหมด โดยที่เรายังไม่รู้เลยว่า AI นำอะไรมาเป็นข้อมูลในการการออกแบบและวางแผน คุณสามารถมั่นใจได้ว่า Social Listening ช่วยให้แบรนด์ค้นพบข้อมูลที่แม่นยำ อยู่ในเทรนด์ มาทำงานงานร่วมกับ AI ได้นั่นเอง
ทดลองใช้งาน Mandala AI Social Listening กับธุรกิจของคุณเองได้เลย

ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์หรือเอเจนซี่ใหญ่ก็สามารถใช้งาน Mandala AI เพราะออกแบบมาให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอเจนซี่ขนาดเล็กก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีตัวทดลองให้ใช้ฟรี พร้อมกับมี Tutorials สอนใช้งานแบบเข้าใจง่าย หรืออยากเริ่มใช้งานทันที สมัครเพียงแค่ 3,500 บาทต่อเดือน แถมยังมี AI Studio ที่มี AI ให้เลือกใช้มากถึง 100 ตัว นับว่าคุ้มมากๆ
สามารถทดลองค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้ที่
https://www.mandalasystem.com/th/platform/analytics
หากต้องการใช้ Social Listening ในระดับองค์กรติดต่อที่
https://www.mandalasystem.com/contact_us
ลองชมตัวอย่างวีดีโอสอนเรียนรู้ใช้งาน Social Listening ได้ที่
https://youtu.be/6aqnV2D3CQU?si=FYhoIDC-KmjFT2AO
สามารถอ่าน Use Case และบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่
1.กรณีศึกษา ถอดรหัส Brand DNA ไอศกรีมเจ้าดัง
https://blog.mandalasystem.com/th/brand-dna
2.กรณีศึกษา: Pain Point ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV
https://blog.mandalasystem.com/th/evcare-social-listening-to-product-insight
