- Growth Marketing คืออะไร
- Growth Marketing แตกต่างจากกลยุทธ์ Digital Marketing แบบทั่วไปอย่างไร
- องค์ประกอบของการทำ Growth Marketing อย่างมีประสิทธิภาพ
- การทำ Growth Marketing ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
- 5 ขั้นตอนการใช้กลยุทธ์ Growth marketing พัฒนาแบรนด์ให้เติบโตกว่าเดิม
- ทำการตลาดแบบ Growth Marketing เพื่อการเติบโตของแบรนด์คุณตั้งแต่วันนี้
เจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Growth Marketing กับการทำการตลาดแบบทั่วไป ทำไมจึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในยุคออนไลน์ และการใช้ Data วัดผลข้อมูล พร้อมขั้นตอนการทำ และวิธีการวัดผลแบบจับต้องได้
Growth Marketing คืออะไร
Growth Marketing เป็นการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือการสร้างการเติบโต (Growth) ให้กับธุรกิจ ครอบคลุมทุก Growth Stage ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการรักษาลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการธุรกิจของเราอย่างต่อเนื่อง (Retention) มีการตั้งสมมติฐาน ทำการทดลองและวัดผล จากนั้นนำข้อมูลและผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองนั้น ๆ มาวิเคราะห์และพัฒนาเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจต่อไปเรื่อย ๆ
Growth Marketing แตกต่างจากกลยุทธ์ Digital Marketing แบบทั่วไปอย่างไร
การทำ Growth Marketing สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนได้มากกว่าการทำ Digital Marketing ทั่วไปในหลายด้าน เช่น
- เป้าหมายของการทำการตลาด
Digital Marketing: เน้นการโปรโมทสินค้าหรือบริการใดบริการหนึ่ง ด้วยเป้าที่เฉพาะเจาะจง เช่น เน้นการสร้างการรับรู้ หรือเน้นการขาย
Growth Marketing: เน้นการโปรโมทธุรกิจให้เติบโตขึ้นแบบองค์รวม มีการสร้างกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์การทำตลาดแบบ Full-funnel ในทุก Growth Stage และยังต่อยอดไปถึงการชักชวนให้ลูกค้าเก่า กลับมาซื้อสินค้าหรือบริการอยู่เรื่อย ๆ
- ตัวชี้วัดความสำเร็จ
Digital Marketing: วัดที่ยอดขาย จำนวนคนที่โฆษณาเข้าถึง ยอดคลิก ยอดซื้อ เป็นตัวเลขที่ระบบโฆษณาหลังบ้านมีรีพอร์ทไว้ให้
Growth Marketing: มีการวัดผลลัพธ์ที่มากกว่าที่ระบบโฆษณาหลังบ้านรายงาน เช่น Customer Lifetime Value (CLTV), Churn Rate และจำนวนยอดสั่งซื้อต่อครั้ง (Average Order Value)
- วิธีการทำงาน
Digital Marketing: ใช้ Best Practices ที่มีอยู่ในตลาดมาปรับใช้กับแคมเปญโฆษณา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Growth Marketing: ใช้วิธีการตั้งสมมติฐาน แล้วลงมือทดลองเพื่อทดสอบ จากนั้นนำผลลัพธ์ไปวิเคราะห์ เพื่อหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับการสร้าง Growth ที่มากขึ้น
องค์ประกอบของการทำ Growth Marketing อย่างมีประสิทธิภาพ
- การทำงานร่วมกันระหว่างแผนก (Cross-functional)

การสร้าง Growth ให้กับแบรนด์เป็นหน้าที่ของทุกคนในบริษัท ดังนั้นทีมการตลาด ทีมขาย ทีมดูแลสินค้า ทีมหลังบ้าน และทีมดูแลข้อมูล ต้องพูดคุยเพื่อสร้างกลยุทธ์ให้ยั่งยืนโดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านให้ได้มากที่สุด
- A/B Testing

การทำ A/B Testing มีเพื่อทดสอบหาองค์ประกอบ หรือตัวแปรที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีที่สุด จากนั้นนำผลการทดลองไปปรับใช้กับกลยุทธ์การตลาดที่มีอยู่ Growth Marketing ที่ดีจะต้องมีการทำ A/B Testing อยู่เสมอ เพื่อให้กลยุทธ์ถูกปรับไปตาม Market Trend และพฤติกรรมของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
- ความสามารถและความรวดเร็วในการปรับตัว
การทำ Growth Marketing เน้นการปรับตัวให้เข้ากับ Market Trend และพฤติกรรมของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หัวใจหลักคือความรวดเร็วในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และการสร้างกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงนั้นได้จริง
- เรียนรู้จาก Feedback ของลูกค้า
การทำ Digital Marketing แบบทั่วไปมักจะใช้ตัวเลขที่ระบบหลังบ้านในการวิเคราะห์ความสำเร็จ แต่ Growth Marketing เป็นการตลาดที่มองไปไกลกว่าแค่ตัวเลข หรือการเก็บข้อมูลแบบเน้นปริมาณ จึงมักมีการรวบรวมข้อมูลที่เป็นบทสัมภาษณ์ หรือ Feedback ของลูกค้า มาใช้ในการวัดความสำเร็จและสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะสมต่อไปด้วย
การทำ Growth Marketing ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
- Awareness
การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์ หรือคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการของเรา ที่สำคัญคือต้องมีความสอดคล้องกับความสนใจ และช่องทางการสื่อสารของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย
- Acquisition
การทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่รู้จักแบรนด์ของเราแล้ว มาทดลอง ซื้อ หรือสมัครใช้สินค้าและบริการของเรา เป็น Growth Stage ที่ต่อยอดมาจากการทำ Awareness อีกที และมีการใช้ข้อมูลลูกค้าที่ได้จากการทำ Awareness มาต่อยอดทำ Retargeting ด้วย
- Activation
ในกรณีที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายกดเพิ่มสินค้าลงตะกร้าแล้วแต่ยังไม่ได้กดซื้อ หรือลงทะเบียนมาแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้ามาใช้บริการจริง ก็ต้องกระตุ้นให้เกิด Action ด้วยการทำ Retargeting หรือ Remarketing เพื่อให้พวกเขาไม่ลืมที่จะทำรายการต่อ อาจใช้ข้อความส่งเสริมการขาย หรือโปรโมชันจำนวนจำกัดมาเข้าช่วยเพิ่มเติมได้
- Retention
เมื่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลายมาเป็นลูกค้าจริงแล้ว เรามีวิธีการอย่างไรที่จะให้พวกเขากลับมาซื้อสินค้า หรือใช้บริการของเราซ้ำ ผ่านการทำ Loyalty Program เช่น สะสมแต้ม สมัครสมาชิก หรือจัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าเก่า เป็นต้น
- Referral
จัดทำ Referral Program เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อหรือแนะนำสินค้าและบริการของเรา เช่น Friends Get Friends หรือการทำ Affliate Marketing เป็นต้น
หรือ Referral Program อาจมาในรูปแบบการทำ Partnership ร่วทกับบริษัทคู่ค้าที่มีแนวโน้มจะช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้าของเราได้ เช่น Agoda กับสายการบินต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นต้น
- Revenue
Growth Marketing ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ที่มากขึ้นผ่านช่องทางใหม่ ๆ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการทำการทดลอง หรือผลลัพธ์จากแคมเปญการตลาดที่ผ่านมา มาใช้ในการหาโอกาสที่เพิ่มขึ้นให้กับธุรกิจ
5 ขั้นตอนการใช้กลยุทธ์ Growth marketing พัฒนาแบรนด์ให้เติบโตกว่าเดิม
- วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผ่านข้อมูลและ Feedback ของลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่ในมือ
- หมั่นสร้าง A/B Test เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล และนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์ในอนาคต ทดลองและปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ใช้ช่องทางในการโปรโมทธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อเพิ่ม Touchpoint ในการเข้าถึงลูกค้าใน Growth Stage ต่าง ๆ เช่น ใช้ Social Media, Email Marketing และ SEO ไปพร้อม ๆ กัน
- คอยสื่อสารกับต่างทีมอยู่เสมอ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างแผนกจะช่วยให้กลยุทธ์มีความครอบคลุม เพราะผ่านการคิดวิเคราะห์จากหลายมุมมอง
- วางแผนการเก็บและใช้ข้อมูล เนื่องจาก Growth Marketing ต้องอาศัยข้อมูลในการช่วยตัดสินใจเสมอ จึงควรสร้างระบบเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้ง่าย และมี Attribution Model ที่เหมาะสม ทำให้ข้อมูลมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
ทำการตลาดแบบ Growth Marketing เพื่อการเติบโตของแบรนด์คุณตั้งแต่วันนี้
Growth Marketing เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจแบบยั่งยืน และมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมปรับไปตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในปัจจุบัน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Growth Marketing ที่แข็งแรงนั้นอาศัยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ดังนั้นยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับธุรกิจในอนาคต
ใช้ตัวช่วยอย่าง Mandala AI เพื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคุณและคู่แข่ง พร้อมช่วยสรุปข้อมูลทางสถิติให้การทำ Growth Marketing ง่ายและตรงจุดมากขึ้น เพื่อวางแผนการตลาดของแบรนด์คุณได้แม่นยำมากขึ้น