Social Media MarketingSocial ListeningFacebook MarketingInstagram MarketingTikTok Marketing
ติดต่อเรา

Buyer persona คืออะไร เข้าใจผู้บริโภคเพื่อเพิ่มยอดขายให้กำไร

Buyer persona คืออะไร เข้าใจผู้บริโภคเพื่อเพิ่มยอดขายให้กำไร

หลายคนคงทราบกันดีว่าหัวใจสำคัญของการทำการตลาดคือ “ความต้องการของลูกค้า” แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าสินค้าและบริการของเรานั้นตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า? วันนี้เรามีตัวช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าใจลูกค้าได้ดีกว่าเดิมด้วยการจำลอง “Buyer Persona” ขึ้นมา แล้วการกำหนด Target Audience เเตกต่างกับ Buyer Persona อย่างไร? พร้อมวิธีการสร้าง Persona บทความนี้มีคำตอบ

Buyer Persona คืออะไร

Buyer Persona หรือ Customer Persona คือ การจำลองกลุ่มลูกค้าสมมติที่ธุรกิจต้องการเข้าถึงเพื่อขายสินค้าและบริการ โดยจำลองทั้งบุคลิก ความต้องการ และพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า เพื่อช่วยให้เข้าใจลึกลงเกี่ยวกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยให้สามารถสร้างกลยุทธ์การตลาดที่เป็นประโยชน์แก่พวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

Target Audience เเตกต่างกับ Buyer Persona อย่างไร

หลายคนอาจจะสับสนว่า Buyer Persona และ Target Audience เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร 

Target Audience เเตกต่างกับ Buyer Persona อย่างไร

Target audience” มักจะเป็นกลุ่มที่กว้างมากกว่า Buyer Persona เนื่องจากเป็นคนที่น่าจะสนใจสินค้าและบริการมักกำหนดจากข้อมูลอายุ เพศ อาชีพ รายได้ การศึกษา 

ตัวอย่าง Target Audience ของแบรนด์เก้าอี้นวด

  • อายุ 30-55 ปี
  • เพศชาย-หญิง
  • อาชีพพนักงานออฟฟิศ ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ
  • รายได้ระดับปานกลาง-สูง
  • การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

ส่วน “Buyer Persona” คือ ตัวอย่าง Persona ลูกค้า สามารถบอกเป็นลักษณะบุคคล มักกำหนดจากพฤติกรรม ความต้องการ และแรงบันดาลใจของผู้บริโภค

ตัวอย่าง Buyer Persona ของแบรนด์เก้าอี้นวด

  • ชื่อ: คุณแทน
  • อายุ: 30 ปี
  • เพศ: ชาย
  • อาชีพ: พนักงานออฟฟิศ
  • รายได้: 35,000 บาท/เดือน
  • การศึกษา: ปริญญาตรี
  • พฤติกรรม: ทำงานหนัก นั่งทำงานนาน ๆ เป็นประจำ ชอบออกกำลังกาย
  • ความต้องการ: ต้องการเก้าอี้นวดที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • แรงบันดาลใจ: อยากมีสุขภาพที่ดี ไม่อยากปวดเมื่อยหลัง

ดังนั้น Target Audience เป็นการกำหนดกลุ่มทั่วไปของเป้าหมาย ในขณะที่ Buyer Persona เป็นการเข้าใจลึกลงไปในลูกค้า เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่มีความจริงจังมากขึ้นนั่นเอง

ประโยชน์ของการทำ Buyer Persona

1. เพิ่มโอกาสในการขายกับลูกค้าที่ใช่

การทำความรู้จักกับกลุ่มลูกค้าอย่างจริงจังผ่านการทำ Buyer Persona ช่วยให้สามารถระบุได้ว่าสินค้าและบริการจะต้องเป็นแบบไหน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้เนื่องจากรู้ถึงความคาดหวัง ปัญหา และความจำเป็นในการซื้อสินค้าของกลุ่มลูกค้านั่นเอง ในกรณีที่ธุรกิจไม่ทำ Buyer Persona ก่อนก็อาจจะทำให้สื่อสารกับลูกค้าได้ไม่ชัดเจนและไม่ตรงจุดเพราะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วลูกค้ามีความต้องการอะไร ทำไมถึงสนใจสินค้าและบริการนี้ และทำให้ไม่รู้ว่าจะสามารถปิดการขายได้ด้วยวิธีไหนนั่นเอง

2. วางแผนการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่เราทราบว่ากลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของเรามีลักษณะแบบไหนช่วยให้สามารถทำคอนเทนต์ ออกแบบรูปภาพ และสร้างเนื้อหาในการโฆษณา โปรโมตสินค้าได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่การตีกรอบกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจนพออาจส่งผลต่อการสื่อสารไม่ตรงกลุ่มลูกค้า เรียกได้ว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดกลุ่ม ทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด

การเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่แท้จริงทำให้การตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความต้องการทำโฆษณาที่ไม่จำเป็นและลดค่าใช้จ่ายในการตลาดทั้งหมด โดยธุรกิจไม่จำเป็นต้องไปทำการตลาดแบบหว่านแหเพื่อจับกลุ่มคนที่ไม่มีความสนใจที่จะซื้อสินค้า เนื่องจากการทำ Buyer Persona สามารถช่วยให้ธุรกิจระบุกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจนยิ่งขึ้น

4. พัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้น

เมื่อความต้องการของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ การมีตัวช่วยอย่าง Buyer Persona จะช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น การรับฟัง Feedback จากลูกค้าโดยการให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มหรือสัมภาษณ์ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้เช่นเดียวกัน

5. เพิ่มโอกาสขยายกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากจะช่วยให้สามารถพัฒนาสินค้าแลละบริการได้อย่างตอบโจทย์แล้ว Buyer Persona ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถมองเห็นถึงโอกาสใหม่ ๆ ในการขยายกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งสามารถแตกไลน์สินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่เป็นที่สนใจของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าอย่างถ่องแท้

วิธีการสร้าง Persona

buyer persona canvas
cr. nulab.com

1. รวบรวมข้อมูลพื้นฐานของลูกค้า

ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าไม่ว่าจะเป็น ชื่อ อายุ เพศ การศึกษา ที่อยู่อาศัย อาชีพ สถานะ เงินเดือน เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการนำมาวิเคราะห์ Buyer Persona โดยธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้มาได้จาก ข้อมูลการซื้อสินค้า และข้อมูลการใช้บริการ อีกทั้งการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมอย่าง Google Form เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า และ Google Analytics เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ก็เป็นอีกตัวช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. เจาะพฤติกรรมและความสนใจสินค้าของลูกค้า

แน่นอนว่าพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจรู้ว่าจะสามารถเข้าหาลูกค้าได้ผ่านทางช่องทางไหน แล้วจะทำการตลาดอย่างไรให้ลูกค้าสนใจ โดยสามารถแบ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้เป็น 2 แบบ คือ พฤติกรรมทั่วไปของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิต ช่องทางที่ใช้ในการหาข้อมูล งานอดิเรกประจำวัน ส่วนอีกแบบคือพฤติกรรมและช่องทางที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ เช่น แหล่งข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ ช่องทางการจ่ายเงิน และช่องทางการติดต่อโดยตรง เป็นต้น

3. วิเคราะห์เป้าหมาย ปัญหา และความสนใจของลูกค้า

นอกจากการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัว พฤติกรรม และช่องทางต่าง ๆ ของลูกค้า การรู้เป้าหมายที่ลูกค้าต้องการไปถึง ปัญหาที่ลูกค้าต้องการแก้ไข และความสนใจทั่วไปของลูกค้า ล้วนช่วยให้ธุรกิจสามารถนำไปพัฒนาสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการหาสามสิ่งนี้สามารถทำได้ด้วยการเข้าไปถามกลุ่มลูกค้าโดยตรง หรืออาจเป็นการพิจารณาจากปัจจัยจากต่าง ๆ เช่น ความต้องการ แรงจูงใจ และกระบวนการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

4. สร้าง Buyer Persona

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดแล้วก็สามารถเริ่มสร้าง Buyer Persona ของธุรกิจได้โดยระบุข้อมูลอย่างครบถ้วน

  • ข้อมูลประชากร: อายุ เพศ รายได้ อาชีพ สถานที่ตั้ง และความสนใจ
  • จิตวิทยา: บุคลิกภาพ ค่านิยม ความสนใจ ความเชื่อ
  • พฤติกรรม: ความต้องการ แรงจูงใจ กระบวนการตัดสินใจซื้อ

สามารถสร้าง Buyer Persona ได้โดยใช้โปรแกม Canva เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

5. เริ่มทำการตลาดให้ตรง Buyer Persona

หลังจากที่ได้ Buyer Persona ที่สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ธุรกิจสามารถนำ Buyer Persona ที่ได้ไปใช้เพื่อทำการตลาด เช่น การโปรโมตสินค้าโดยใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้ามองหา เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการโฆษณาให้มีพฤติกรรม อาชีพ อายุ ให้ตรงกับ Buyer Persona และตัดกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา

6. ทดสอบโฆษณาโดยทำ A/B Test 

เมื่อต้องการทราบว่าองค์ประกอบต่างๆ ในโฆษณาตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ กลยุทธ์ที่ธุรกิจมักจะใช้ก็คือการทำ A/B Testing เพื่อทดสอบว่าลูกค้าคิดว่าข้อความ รูปภาพประกอบ คีย์เวิร์ด หรือ CTA แบบไหนที่โดนใจลูกค้ามากที่สุด สามารถวัดผลได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการดูยอด Engagement จากแต่ละโฆษณา หรือการดูยอดสั่งซื้อสินค้าจากการคลิกโฆษณานั้น 

จำลอง Buyer Persona หาคนที่ใช่ แล้วนำไปใช้จริง

การสร้าง Buyer Persona หรือ Customer Persona ควรทำความรู้จักกลุ่มลูกค้าให้ดีก่อนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ผิดพลาด และสามารถนำไปใช้งานต่อได้ การมี Buyer Persona ที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำการตลาดและทำสินค้าและบริการได้อย่างตอบโจทย์ ไม่หลงทาง อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโอกาสในการขายและขยายกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นอีกด้วย หากใครต้องการตัวช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า สามารถใช้ Mandala Analytics เพื่อช่วยสรุปข้อมูลให้เข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

mandala ai ฟรี
  • หมวดหมู่ :
สมัครสมาชิกเนื้อหาการตลาดฟรีของเรา

เราจะส่ง Email เนื้อหาใหม่ให้คุณทุกสัปดาห์

This email is already subscribe.